วันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล

วันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล

วันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
วันพฤหัสบดี ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ด้วยวันที่ ๓ พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระราชวังบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทางสำนักวัดมหาธาตุพร้อมด้วยสมาคมศิษย์วัดมหาธาตุและมูลนิธิมหาสุรสิงหนาทได้จัดพิธีบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวาย และวางพวงมาลา ในฐานะที่ทรงมีพระคุณต่อประเทศชาติบ้านเมืองและต่อสำนักวัดมหาธาตุ

ประวัติสมเด็จพระราชวังบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยสังเขป

สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท นามเดิม บุญมา ประสูติ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๒๘๖ ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ บิดา ชื่อ หลวงพินิจอักษร(ทองดี) เสมียนตราในกรมมหาดไทย มารดา ชื่อ คุณ ดาวเรือง โดยมีนิวาสสถานอยู่หลังป้อมเพชร ในกำแพงพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๓๐๒ รับราชการเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์
พ.ศ. ๒๓๐๖ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น นายสุดจินดาหุ้มแพร ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาให้พม่าวันอังคารขึ้น ๙ ค่า เดือน ๕ ปีกุน พ.ศ.๒๓๑๐ นายสุดจินดาฯได้หนีออกจากกรุงศรีอยุธยา ไปสมทบกับพระเจ้าตากที่เมืองชลปุรีและได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระมหามนตรี เจ้ากรมตำรวจในขวา ศักดินา ๒๐๐๐ และต่อมาปลายปี พ.ศ. ๒๓๑๐ พระเจ้าตากได้ยึดกรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า และได้สถาปนาเมืองธนบุรีเป็นราชธานี และนายสุดจินดาฯ ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่เหนือ วัดสลัก (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ) คือที่เป็นวังหน้า ( ขณะนี้คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ) ตลอดพระชนม์ชีพเข้าทำการรบ ๒๔ ครั้ง และประชวร โรคนิ่วคราวตีเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๓๔๕ สวรรคตเมื่อ วันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๔๖ (รวมอายุได้ ๖๐ ปี)

ประวัติการรบ
ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสิน พ.ศ. ๒๓๑๐ – พ.ศ. ๒๓๒๕ จำนวน ๑๖ ครั้ง
ครั้งที่ ๑. พ.ศ. ๒๓๑๐ ตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น
ครั้งที่ ๒. พ.ศ. ๒๓๑๐ ตีค่ายพม่าที่บางกุ้งเมืองสมุทรสงคราม
ครั้งที่ ๓. พ.ศ. ๒๓๑๑ ตีก๊กเจ้าพิษณุโลก
ครั้งที่ ๔. พ.ศ. ๒๓๑๑ ตีก๊กเจ้าพิมายได้เลื่อนชั้นเป็นพระยาอนุชิตราชา ตำแหน่งจางวางตำรวจ
ครั้งที่ ๕. พ.ศ. ๒๓๑๒ ตีเขมรยึดได้เมืองเสียมราฐ
ครั้งที่ ๖. พ.ศ. ๑๓๑๓ ตีก๊กเจ้าพระฝาง (ก่อนเข้าตีมียศเป็น พระยายมราช)เสร็จราชการได้เลื่อนยศเป็นเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณวาธิราช ผู้สำเร็จราชการ พิษณุโลก
ครั้งที่ ๗. พ.ศ. ๒๓๑๓ ตีทัพพม่าที่เมืองสวรรคโลก
ครั้งที่ ๘. พ.ศ. ๒๓๑๓ ตีทัพพม่าที่เมืองเชียงใหม่
ครั้งที่ ๙. พ.ศ. ๒๓๑๕ ตีทัพพม่าที่เมืองพิชัย
ครั้งที่ ๑๐. พ.ศ. ๒๓๑๗ ตีทัพพม่าที่เมืองเชียงใหม่ครั้งที่ ๒
ครั้งที่ ๑๑. พ.ศ. ๒๓๑๗ รบพม่าที่บางแก้ว ราชบุรี
ครั้งที่ ๑๒. พ.ศ. ๒๓๑๘ รบกับอะแซหวุ่นกี้ ที่เมืองพิษณุโลก
ครั้งที่ ๑๓. พ.ศ. ๒๓๑๙ รบกับพม่าป้องกันเมืองเชียงใหม่
ครั้งที่ ๑๔. พ.ศ. ๒๓๒๐ ตีนครจำปาศักดิ์
ครั้งที่ ๑๕. พ.ศ. ๒๓๒๑ ตีกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์)
ครั้งที่ ๑๖. พ.ศ. ๒๓๒๓ ปราบจลาจลในกรุงกัมพูชา

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พ.ศ. ๒๓๒๕ – พ.ศ. ๒๓๔๖ จำนวน ๘ ครั้ง
พ.ศ. ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้จัดตั้งกรุงเทพมหานครและได้สถาปนาเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณวาธิราช(บุญมา) เป็น สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท กรมพระราวังบวรสถานมงคล ตำแหน่งพระอุปราช(วังหน้า)
ครั้งที่ ๑๗. พ.ศ. ๒๓๒๘ สงครามเก้าทัพ (ไทย-พม่า)
ครั้งที่ ๑๘. พ.ศ. ๒๓๒๘ ตีพม่าในหัวเมืองปักษ์ใต้และปราบเมืองมลายู ทรงได้ปืน นางพญาตานีมาไว้ที่กรุงเทพฯ
ครั้งที่ ๑๙. พ.ศ. ๒๓๒๙ รบพม่าที่ท่าดินแดง
ครั้งที่ ๒๐. พ.ศ. ๒๓๓๐ ตีพม่าที่เมืองลำปางและป่าซาง และได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากเชียงใหม่ลงมาประดิษฐานไว้ในพระราชวังบวรด้วย
ครั้งที่ ๒๑. พ.ศ. ๒๓๓๖ ทรงพิจารณาสภาพการเมืองทวายและแก้ไข
ครั้งที่ ๒๒. พ.ศ. ๒๓๓๖ รุกตีพม่า
ครั้งที่ ๒๓. พ.ศ. ๒๓๔๐ ป้องกันเมืองเชียงใหม่
ครั้งที่ ๒๔. พ.ศ. ๒๓๔๕ ขับไล่กองทัพพม่าออกจากแคว้นลานนา ฯ

—————————————————-

บริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชวังบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท
กรมพระราชวังบวรสถานมงคล


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์: