โอวาทปาติโมกข์

โอวาทปาติโมกข์

“สพฺพปาปสฺส อกรณํ      กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ           เอตํ พุทฺธาน สาสนํ.
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต.
อนูปวาโท อนูปฆาโต      ปาติโมกฺเข จ สํวโร
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ     ปนฺตญฺจ สยนาสนํ
อธิจิตฺเต จ อาโยโค         เอตํ พุทฺธาน สาสนํ.”

“ความอดทนคือความอดกลั้นเป็นตบะอย่างยิ่ง
พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า นิพพานเป็นบรมธรรม
ผู้ทำร้ายผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต
ผู้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ
การไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำกุศลให้ถึงพร้อม
การทำจิตใจของตนให้ผ่องใส
นี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
การไม่กล่าวร้ายผู้อื่น
การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
ความสำรวมในปาติโมกข์
ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร
การอยู่ในเสนาสนะที่สงัด
การประกอบความเพียรในอธิจิต
นี้คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”

เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ทรงเริ่มเผยแผ่พระศาสนา ทรงวางหลักการปฏิบัติตามคำสอนไว้ ๓ ประการ คือ
      ๑.สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง ไม่ทำความชั่วทุกอย่าง หมายถึง การไม่ประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ คือไม่ทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น
      ๒.กุสะลัสสูปสัมปะทา ทำแต่ความดี หมายถึง การประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ คือทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความสุข ความเจริญ แก่ตนเองและผู้อื่น
      ๓.สะจิตตะปะริโยทะปะนัง ทำใจให้ผ่องใส หมายถึง การอบรมจิตใจของตนเองให้บริสุทธิ์สะอาด ปราศจากเครื่องเศร้าหมอง คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
รวมเรียกว่า โอวาทปาติโมกข์

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์: