แผนกบาลี

ประวัติการศึกษาภาษาบาลี

การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกภาษาบาลี เป็นพระราชภาระของ พระมหากษัตริย์ ทรงจัดให้พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาเล่าเรียนตามกำลังสติปัญญา เป็นพระราชกรณียกิจมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น นับแต่สมัยรัชกาลที่ ๑  ถึงรัชกาลที่ ๕ พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงรับพระราชภาระอยู่โดยสม่ำเสมอ  โดยเฉพาะในรัชกาลที่ ๒ ทรงโปรดให้สมเด็จพระสังฆราช ขยายหลักสูตรบาลีจากบาเรียนตรี โท เอก ซึ่งสืบเนื่องมาจากกรุงศรีอยุธยาเป็นเปรียญ ๙ ประโยค ยังคงสืบเนื่องมาจนบัดนี้

สมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงมอบหมายให้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงดำเนินการ ก่อน พ.ศ. ๒๔๖๙ ผู้สอบภาษาบาลี ต้องเข้าสอบต่อหน้าคณะกรรมการภายในพระบรมมหาราชวัง ต่อหน้าพระที่นั่ง ด้วยการจับฉลากและเข้าไปแปลด้วยปากเปล่าทีละรูป เรียกว่า “สมัยแปลด้วยปาก” จะสอบได้หรือไม่ได้ คณะกรรมการตัดสินให้คะแนนรู้ผลกันในวันนั้น ผู้ที่สอบได้จะได้รับพระราชทานรางวัลไตรจีวรแพร ซึ่งเป็นของมีค่ามากในสมัยนั้น นับเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ที่สอบได้เป็นอย่างยิ่ง

ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๙  เป็นต้นมา  ทางการคณะสงฆ์ได้กำหนดวิธีการสอบขึ้นใหม่  โดยใช้วิธีสอบแบบข้อเขียนแทนการแปลด้วยปากเปล่าและเพิ่มเป็น ๓ วิชา  คือ

๑. วิชาเขียนไทยเป็นมคธ

๒. วิชาแปลไทยเป็นมคธ

๓. วิชาแปลมคธเป็นไทย

ทั้ง  ๓  วิชานี้ยังคงใช้อยู่ตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

การสอบด้วยข้อเขียนระยะต้น ๆ ผู้สอบได้ตั้งแต่ประโยค ป.ธ.๓-ป.ธ.๙ เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตร พัดยศ  และไตรจีวรในพระบรมมหาราชวัง  ในวันขึ้น  ๑๔  ค่ำ  เดือน  ๖    เรียนว่า  “วันทรงตั้งเปรียญ”  พระภิกษุที่สอบได้ประโยค ป.ธ.๓  แล้ว  ถ้ายังไม่ผ่านพ้นวันทรงตั้งเปรียญ  จะใช้คำนำหน้าว่า  “พระมหา” ยังไม่ได้  ต่อเมื่อผ่านพ้นวันนั้นไปแล้ว  แม้จะไม่ได้เข้ารับการทรงตั้งโดยตรง  มีสิทธิ์ใช้คำว่า  “พระมหา” นำหน้าได้  ในขณะยังไม่ถึงวันทรงตั้งนั้น  ให้คงใช้ คำว่า “เปรียญ”  ตามหลังชื่อเช่นเดียวกับสามเณร

หลังสงครามโลกครั้งที่  ๒  ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๘  เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ทรงมอบหมายพระราชภาระการตั้งเปรียญธรรม ๓ ประโยคถวายสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกให้ทรงดำเนินการแทนพระองค์  ส่วนประโยค ป.ธ.๖ และ ป.ธ.๙  ยังทรงปฏิบัติดังเดิมทุกประการและอุปถัมภ์ให้รถหลวงนำส่งเฉพาะผู้ที่สอบได้ประโยค ป.ธ.๙  มาจนกระทั่งปัจจุบัน.